วันอาทิตย์ที่ 26 มกราคม พ.ศ. 2557

เทคนิคการหั่น ทำให้อาหารน่ากินมากยิ่งขึ้น >>>>

เทคนิคการหั่น ...




เทคนิคการหั่นที่ดีเป็นส่วนสำคัญที่ทำให้อาหารอร่อย และช่วยรักษาคุณค่าของอาหารได้ครบถ้วน    
เคล็ดลับในการทำอาหารให้อร่อยใครๆ ก็รู้ว่าต้องเลือกเครื่องปรุงที่สดใหม่จริงมั้ยครับ แต่จะมีกี่คนบ้างที่รู้ว่าเทคนิคการหั่นก็เป็นส่วนสำคัญเอามากๆ ในการทำอาหารให้อร่อยนั้นเชฟมืออาชีพจะมีชุดมีดคู่กายเหมือนเป็นอุปกรณ์คู่ใจ และต้องลับมีดให้คมอยู่เสมอ เพราะถือว่าเป็นของสำคัญที่ใช้ในการประกอบอาชีพ มีดที่คมจะทำให้หั่นง่าย นอกจากจะทำให้การทำงานรวดเร็วขึ้นแล้วยังทำให้วัตถุดิบที่ถูกหั่นเมื่อนำไปประกอบอาหารจะได้รสชาติอาหารที่อร่อยขึ้น 
        
        เทคนิคการหั่นที่ดีจึงเริ่มต้นจากการใช้มีดเป็นอันดับแรก มีดสำหรับการทำครัวที่จริงแล้วมีมากมายหลายชนิด โดยแบ่งตามประเภทของการใช้งาน เช่น มีดปังตอสำหรับสับกระดูก (Cleaver) มีดสำหรับแล่ปลา (Fillet knifeมีดสำหรับเลาะกระดูก (Boning knife)และมีดหั่นขนมปัง (Bread knife) เป็นต้น เนื่องจากปัจจุบันการซื้อเครื่องปรุงสะดวกขึ้นมาก อยากจะซื้อหมูก็มีให้เลือกทั้งแบบหมูสับ หมูชิ้น หมูติดกระดูก ชิ้นเล็ก ชิ้นใหญ่ ทำให้เราลดเวลาและภาระในการเตรียมส่วนผสมจำพวกเนื้อสัตว์ไปได้มาก ฉะนั้นมีดที่มีคุณสมบัติเฉพาะทางจึงไม่มีความจำเป็นเท่าใดนัก สำหรับผู้เริ่มต้นทำอาหารจึงต้องการมีดแค่ 2 มีดเท่านั้นเอง เล่มแรกก็คือมีดอเนกประสงค์ (Chef knife)ขนาดกำลังพอเหมาะมือ ประมาณ 30 เซนติเมตร สำหรับหั่นเนื้อหั่นผัก สับละเอียด ซอยบาง ทำได้ทุกอย่างครับ และมีดขนาดเล็ก (Paring knifeสำหรับการหั่นของชิ้นเล็ก หรือของที่ต้องการความละเอียด เท่านี้ก็สร้างสรรค์เมนูได้สารพัดแล้วครับ
        การเลือกมีดที่ดีคือมีน้ำหนักและขนาดเหมาะมือจะช่วยให้การหั่นของเราง่ายขึ้น แต่ว่ามีดที่มีเนื้อดีคุณภาพสูงราคาก็ย่อมแพงตามกันไปด้วย ขออย่างเดียวคือให้คมไว้ก่อน เมื่ออุปกรณ์พร้อมแล้วก็ลงมือหั่นกันเลยครับ การหั่นไม่ยากอย่างที่คิด ผู้ทำอาหารหัดใหม่ส่วนมากจะกลัวการใช้มีดคือกลัวโดนมีดบาดจึงเลือกใช้มีดที่ไม่คม ที่จริงแล้วมีดไม่คมจะทำให้มีโอกาสถูกมีดบาดเพิ่มขึ้นนะครับ เนื่องจากเมื่อเราใช้มีดทื่อเราจำเป็นต้องออกแรงมากในการหั่น ทำให้เกิดความผิดพลาดได้ง่าย ดังนั้นหลักการก็คือเลือกใช้มีดที่คมและหั่นอย่างระมัดระวัง ไม่ต้องรีบ แล้วพยายามฝึกหั่นให้ชำนาญและคล่องมือครับ
        จุดประสงค์ของการหั่นก็คือหั่นให้วัตถุดิบของเราออกมาสวย โดยที่เราไม่ถูกมีดบาดใช่มั้ยครับ ดังนั้นจึงมีเทคนิคง่ายๆ ดังนี้
  1.     มือขวาถือมีด มือซ้ายเก็บนิ้ว สำหรับผู้ที่ถนัดขวาจะใช้มือขวาถือมีดสำหรับหั่น และมือซ้ายไว้ประคองหรือกดของที่เราต้องการจะหั่น มือซ้ายต้องเก็บนิ้วไว้เสมอนะครับ โดยให้ส่วนที่ข้อนิ้วโค้งชนส่วนของใบมีด วิธีนี้จะลดการบาดที่นิ้วของเราครับ
  2.     หั่นของที่มีลักษณะโค้งมน เพราะขณะหั่นมีดอาจแฉลบมาบาดมือของเราได้ วิธีก็คือให้หั่นส่วนใดส่วนหนึ่งให้เรียบซะก่อน แล้วนำส่วนนั้นวางราบลงกับเขียงและทำการหั่นต่อไป เท่านี้วัตถุดิบของเราก็จะไม่กลิ้งไปกลิ้งมาเวลาหั่น
  3.     การซอยหรือการหั่นละเอียด ให้กดปลายมีดไว้กับเขียง แล้วยกส่วนโคนมีดในการหั่นเท่านั้น โดยใช้มือซ้ายประคองกดที่สันมีดเอาไว้
  4.     การหั่นที่ดีต้องเกิดจากการเฉือนและกดของใบมีดลงไปที่เนื้อของวัตถุดิบพร้อมๆ กัน จะทำให้หั่นง่ายและรอยหั่นสวย ถ้ากดมีดอย่างเดียวโดยไม่มีการเฉือนจะต้องออกแรงมากและเสียความชุ่มฉ่ำของวัตถุดิบไป                                                                                           เมื่ออุปกรณ์พร้อม เทคนิคพร้อม ก็ถึงขั้นตอนลงมือทำกันแล้วล่ะครับ อย่าลืมว่าจะทำอาหารให้อร่อย ต้องทำบ่อยๆ จะหั่นของให้สวยๆ ก็ต้องฝึกบ่อยๆ นะครับ ลองนำเทคนิคการหั่นไปใช้กันดู หวังว่าทุกคนจะปลอดภัยจากมีดบาด และสามารถนำเทคนิคไปใช้ในการปรุงอาหารให้อร่อยถูกใจนะครับ

ต้มไข่ให้ได้ดั่งใจ

ต้มไข่ให้ได้ดั่งใจ


ไข่วัตถุง่ายๆที่สามารถนำไปทำอะไรก็อร่อยแบบเกินบรรยาย
         ไข่สามารถทำอาหารอะไรก็อร่อย ไม่ว่าจะเป็นอาหารทั้ง ไทย จีน ญี่ปุ่น และอื่นอีกมากมาย เป็นวัตถุดิบที่ทำอาหารได้หลากหลายชนิดและที่สำคัญราคาไม่แพงอย่างที่คาดฝัน และประเด็นสำคัญคือมีคุณค่าอาหารครบถ้วน แต่การต้มไข่ให้มีความสวยงามนั้นเป็นเรื่องยาก แต่วันนี้เราจะมาทำให้ง่ายโดยเทคนิคดังต่อไปนี้ !! 

พร้อมรึยังครับ กับการเริ่มต้นรับเทคนิคการต้มไข่ให้ได้ดั่งใจเรา !!
1. เลือกไข่ให้สดใหม่ ไข่ไก่สดจะจับบริเวณเปลือกแล้วมือจะสากมือเพราะจะมีนวลแป้งเคลือบเปลือกไข่อยู่ซึ่งช่วยป้องกันไม่ให้สิ่งแปลกปลอมเข้าไปในไข่
2. เก็บรักษาไข่ให้ดี เมื่อซื้อมาแล้วถ้ายังไม่ได้รับประทานควรเก็บรักษาในตู้เย็นอุณหภูมิ 4 องศาหรือต่ำกว่านั้น นอกจากนั้นควรเก็บทั้งกล่องเพราะจะช่วยการระเหยและลดการเพิ่มฟองแากาศภายในไข่อีกด้วย
3. ต้มไข่ให้ไม่ร้าวและแกะเปลือกง่าย ใส่น้ำเย็นให้ท่วม ตามด้วยน้ำมะนาวหรือเกลือป่นลงไปเล็กน้อย ถ้าอยากให้ไข่แดงอยู่ตรงกลางต้องขยันคนบ่อยๆ ไข่ต้มจะสุกภายใน 10 นาที
4. ไข่ลวกสุกพอดี เตรียมหม้อ 2 ใบ ใบหนึ่งใส่ไข่ลงไปและอีกใบต้มน้ำให้เดือด หลังจากจากต้มน้ำเดือดใส่ลงไปในไข่ปิดฝาทิ้งไว้ 5 นาทีเททน้ำออก จะได้ไข่ลวกที่สุกพอดี
5. ต้มไข่แดงให้เป็นยางมะตูม ใส่ไข่ในน้ำเย็น นำไปต้มไฟกลาง เริ่มจับเวลาไข่ไก่ 4-5 นาที ไข่เป็ด 5-6 นาที หลังจากนั้นตักแช่น้ำเย็นทันที

หลังจากรู้เทคนิคแล้ว เรื่องการเลือกไข่ให้สดใหม่และการต้มไข่ดังใจ คงไม่ยากเกินฝีมือหลอกนะครับ !!!


วันพฤหัสบดีที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2557

เทคนิคการหมักเนื้อหมู ให้นุ่ม อร่อยถูกปาก ทำได้ไม่ยากเลย !!!

เทคนิคการหมักเนื้อหมู ให้นุ่ม อร่อยถูกปาก ทำได้ไม่ยากเลย !!!



          หมูสามารถทำอาหารให้อร่อยได้หลากหลายรูปแบบแต่การจะหมักให้อร่อยถูกใจได้นั้น !!! บางทบมันเป็นเรื่องที่ไม่ง่ายเลย แต่วันนี้เรามีวิธีการหมักหมูและการแปรรูปหมูในรูปแบบง่ายๆมาเสนอกันครับ
          อันดับแรก ก่อนที่เราจะนำหมูมาหมักเราควรที่จะเลือกหมูที่สดและสะอาด โดยเลือกหมูที่มีสีชมพูอมแดง เนื้อนุ่มเป็นมัน เนื้อลื่น และไม่ควรมีสีที่แดงและแรงจนเกินไป ...
          หลังจากเลือกเนื้อหมูได้ตามขั้นต้นแล้ว ต่อไปนี้ก็จะเป็นวิธีการหมักหมูให้เนื้อหมูนั้นแสนนุ่มละมุนลิ้นกันแล้วครับ การหมักเนื้อหมูมีหลากหลายวิธีให้คุณได้ลองเลือก ลองลิ้ม และลองชิม ในหลากหมายรูปแบบ !! เรามาดูกันว่ามีวิธีใดที่สามารถหมักหมูได้บ้าง ??? 
1. หมักหมูด้วยไข่และนมสดชนิดจืด เหมาะสำหรับการหมักหมูที่มีไขมันน้อย เช่น เนื้อสันใน และถ้าอยากเพิ่มความอร่อยสามารถเพิ่มซีอิ๊วขาวหรือซอสปรุงรสลงไปด้วยก็ได้ (( เวลาที่ใช้ในการหมัก 30 นาที ))
2. หมักหมูด้วยสับปะรด โซดา ไวน์ และเบียร์ เหมาะสำหรับมักหมูส่วนที่มีเส้นใยมากๆ เช่น เนื้อส่วนสะโพก สามารถเลือกอย่างใดอย่างนึงในการหมักได้นะครับเพราะจะได้ผลที่คล้ายๆและใกล้เคียงกัน (( เวลาที่ใช้ในการหมัก 15-30 นาที ))
3. หักหมูด้วยน้ำมันงา แป้งมัน น้ำมันหอย เกลือ น้ำตาลทราย พริกไทยป่น ซีอิ๊วขาว วิธีนี้เหมาะกับเนื้อหมูทุกส่วนและจะทำให้หมูน่ากินมากยิ่งขึ้น (( เวลาที่ใช้หมัก 30 นาที )) แต่ถ้าจะให้ดีนะครับก่อนนำหมูที่หมักลงไปประกอบอาหารให้นำสับปะรดมาคลุกจะได้หมูที่นุ่มมากขึ้นกว่าเดิม ชัววร์ !!! 
          

          เราว่ารู้จักเทคนิคง่ายๆในการหมักหมูสู่เมนูโปรดของคุณ !!!
หมักหมูทำราดหน้า :  นิยมหมักด้วยไข่ หรือไม่ก็ไข่ผสมแป้งเพราะเวลานำไปทำราดหน้าจะมีความเข้มข้น
หมักหมูทำก๋วยเตี๋ยว : นิยมหมักกับสับปะรด เพราะเวลาเติมเครื่องปรุง กลิ่นและรสจะไม่จากกลิ่นมะนาวหรือน้ำส้มเลย
หมักหมูทำโจ๊ก : ใช้แค่รากผักชี ริกไทย กระเทียม ก็พอครับ เพราะหมูบดมาแล้ว และถ้าไม่อยากให้หมูทีหมักแห้งมากเราสามารถเพิ่มนมสดลงไปในเนื้อหมูก็ได้

และ ... ทั้งหมดที่กล่าวมาเห็นมั้ยหละครับว่า ?? การหมักหมูให้นุ่มให้อร่อยไม่อยากอย่างที่คุณคิด ลองทำดูนะครับ แล้วจะรู้ว่า " มันไม่ยากเลย "